สนช.รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณารายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศซึ่งเป็นไปตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้คณะรัฐมนตรี ต้องแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาทุก 3 เดือน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ชี้แจงถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศว่า แผนปฏิรูปประเทศ มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ระหว่างปี 2561 – 2565 ใน 11 ด้าน โดยรัฐบาลได้พิจารณาคัดเลือกกิจกรรม/โครงการที่มีความเร่งด่วนและสามารถเห็นผลได้เป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 2-8 เดือน (Quick Win) จำนวน 40 เรื่อง และจัดเป็น 6 กลุ่มได้แก่

กลุ่มที่ 1. แก้จน เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านโครงการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก การเพิ่มรายได้จากการประกอบอาชีพ ด้วยการส่งเสริมให้ปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์เพื่อการออม โครงการท่องเที่ยวชุมชน ธนาคารที่ดิน และบ้านมั่นคง

กลุ่มที่ 2. แก้เหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคและเท่าเทียม อาทิ การสร้างโอกาสทางการศึกษา การให้ความยุติธรรม พัฒนาสวัสดิการของรัฐที่เหมาะสม การแก้ไขกฎหมายขายฝาก กองทุนคนพิการ การพัฒนารูปแบบบริการสาธารณสุขผ่านคลินิกหมอครอบครัว

กลุ่มที่ 3. แก้โกง สร้างความโปร่งใส ผ่านการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งการแก้ไขกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญาคุณธรรม และกฎหมายข้อมูลข่าวสารราชการ

กลุ่มที่ 4. การมีส่วนร่วมในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยสร้างเครือข่ายจิตอาสาพัฒนาการเมืองในกลุ่มครูผู้สอนนักเรียน นักศึกษา และสภาประชารัฐท้องถิ่น

กลุ่มที่ 5. การปฏิรูประบบราชการเพื่อประชาชน ทั้งการกระจายอำนาจ ลดขนาด การขับเคลื่อนรัฐบาล 4.0 ผ่าน พ.ร.บ. รัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ การทำ Big Data ภาครัฐ การตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม

กลุ่มที่ 6. สร้างอนาคตไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟทางคู่ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการพัฒนาแรงงานสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ส่วนปัญหาและอุปสรรคที่หน่วยงานไม่สามารถดำเนินการตามแผนปฏิรูปได้นั้น พบว่า บางเรื่องขัดต่ออำนาจหน้าที่หรือภารกิจของหน่วยงาน การขอให้ทบทวนการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบใหม่ และการขยายระยะเวลาการดำเนินงาน ซึ่งได้รายงานเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลได้คัดเลือกร่างกฎหมายภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศที่มีความพร้อม และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลา 2 – 8 เดือน จำนวน 28 ฉบับ ซึ่ง ครม. เตรียมส่งเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. ในเร็ว ๆ นี้

Continue Reading

สศช. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมการจัดทำแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2 โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 26 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และฝ่ายเลขานุการ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้สังเกตการณ์

การประชุมดังกล่าว ผู้แทนจากคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ได้นำเสนอร่างแผนแม่บทและประเด็นการพัฒนา และหารือร่วมกันถึงประเด็นที่สอดคล้องและทับซ้อนของแผนแม่บทแต่ละด้าน พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของแผนงาน/โครงการ (Flagship Projects) ของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และจัดทำร่างแผนแม่บทเพื่อนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณา

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านได้หารือและบูรณาการร่วมกันในการจัดเตรียมแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และพิจารณาจัดลำดับความสำคัญแผนงาน/โครงการ (Flagship Projects) ของหน่วยงานให้สอดคล้องกับแผนแม่บท รวมทั้งแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำแผนแม่บทในแต่ละด้าน เพื่อให้ได้ร่างแผนแม่บทที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

Continue Reading

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580)

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) มีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ และได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 82 ก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 ได้บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติรับผิดชอบในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติต่อไป

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เป็นยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องนําไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ภายในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความสุขของคนไทยทุกคน ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง (2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน (3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ (6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ

Continue Reading
Close Menu